The Last Day in Kyoto
posted on 08 Dec 2006 13:14 by tameawช่วงเดือนก่อน คอมที่เราซื้อมามันกะบ๊องกะแบ๊งนิดหน่อย
(เป็นเพราะเจ้าของใช้งานไม่ดีเองล่ะ ^ ^ ; )
เลยระเห็จมาเล่นคอมมหาลัยตลอดเลย
ช่วงนี้หายแล้วเลยกลับมาเล่นคอมเยอะอีกแล้ว
แก้ไม่หายจริงๆ T . T
.
ควอเตอร์ที่ผ่านมาหนักมาก คาบเยอะ รายงานเยอะ
ควอเตอร์นี้สบายขึ้นมากเลย คาบเรียนตอนบ่ายหมดเลย ^ w ^
.
เพิ่งซื้อไอพอดต่อจากรุ่นพี่ . . . สีชมพูสวยทีเดียว
ไม่ถึงกับเกี่ยวกันมาก แต่กลับไทยแล้วไปเกะกันเต๊อะเพื่อนๆ
(เราร้องได้แต่เพลงญี่ปุ่น+เพลงไทยเก่าๆหน่อยนะ)
.
เราเจอบทความในเน็ตเนื่องจากต้องทำรายงาน คิดว่าน่าสนใจดี
ถ้ามีเวลาก็ลองอ่านกันนะ
Against Nature: Why Nature Should Have No Say on Human Sexuality
By Edmund Standing
.
เอาล่ะ. . .มาอ่านเรื่องเกียวโตกันต่อดีกว่า
-------------------------------------------------------------------------------
.
วันนี้ก็ออกจากที่พักแต่เช้าพร้อมกระเป๋าเดินทาง
เอากระเป๋าไปฝากที่สถานีเกียวโตก่อน
ที่ญี่ปุ่นตามสถานีจะมีล็อกเกอร์ฝากของเสียตังค์
แต่วันนี้คนเยอะมากๆๆๆ ที่เต็มกว่าจะฝากได้นานมาก
.
แล้วก็เดินเข้าเมืองกันไป ระหว่างทางเจอวัดใหญ่อยู่วัดนึงเลยแวบๆเข้าไปกัน

แล้วพอดีข้างในมีงานอะไรซักอย่าง
เท่าที่จับความได้คือมีคนสำคัญทางศาสนาซักคนเสียชีวิต
เลยมีพิธีสวดซึ่งจะจัดขึ้นที่อื่นๆด้วย

คนเต็มโบสถ์เลย(ไม่รู้ของญี่ปุ่นจะเรียกอย่างนี้ได้มั๊ย)
.

ไม่มีอะไรหรอก. . แค่รอข้ามถนนกัน
.
แล้วก็มาถึงเป้าหมาย. . . ร้านพัด มีพัดสวยๆเต็มไปหมด ดูแล้วมีความสุข
พวกเราก็ได้ลองทำพัดกัน. . . จริงๆก็แค่วาดรูปอ่ะนะ เพราะส่วนอื่นมันยาก
แต่แค่นั้นก็กินเวลาเกือบ 2ชมแล้ว

แล้วทางร้านเค้าจะประกอบเป็นพัดแล้วส่งมาให้
.
กลางวันก็จบลงที่ซับเวย์อีกแล้ว ฮ่ะๆๆๆ
.
แล้วก็ขึ้นรถเมล์กลับไปแคมปัสคินุกาสะเพื่อเข้าพิธีชา
ระหว่างที่รอก็ได้เข้าไปชมนิทรรศการศิลปะฟรี
เป็นครั้งแรกที่เราเข้าไปดูอะไรแบบนี้. . . ค่อนข้างประทับใจเลยล่ะ
.
พิธีจริงๆแล้วก็ไม่ได้จริงจังอย่างที่คิด ก็ไม่มีปัญหาอะไร

มีคนเล่นเครื่องดนตรีญี่ปุ่นอยู่ตรงมุมของภาพ
มีโกโตะ กับ ปี่. . อีกอย่างอะไรหว่า

เดินวนรอบๆอยู่พักนึง ก็ไปที่ Sadou Shiryoukan เป็นเซ็นเตอร์ของอุระเซ็นเกะ
http://www.urasenke.or.jp/textc/kon/gallery/gallery.html
ตอนนี้มีจัดนิทรรศการKougou(ที่ใส่ไม้หอม) อยู่
เยอะมากๆหลากหลายและสวยดี(ถึงเราจะดูไม่เป็นก็เหอะ)
หลายๆชิ้นเก่ามาก ห้าหกร้อยปี
หันไปเห็นคุณลุงท่าทางโปร
เอาแว่นขยาย(คล้ายๆที่ใช้ดูพระอ่ะ) มาส่องโคโกในตู้แสดงด้วย
แล้วก็ได้เข้าพิธีชาด้วย

ท่านที่มาชงให้น่ารักดี พูดจาเป็นกันเอง
แต่จริงๆแล้วก็คงเป็นอาจารย์ของอาจารย์อะไรแบบนี้
อุปกรณ์ที่ใช้ที่เห็นฟ้าๆน่ะ. . . จำได้ว่าเคยเห็นในหนังสือด้วย ^ o ^
.
ออกมาแล้วยังพอมีเวลานิดๆเลยเดินวนๆอยู่ซักพัก
แล้วก็มาถึงถนนเล็กๆ ที่มีร้านขายอุปกรณ์ชาดูแพงๆเรียงรายอยู่
เราก็เริ่มเอะใจนิดๆ . . . . อร๊า ที่นี่

Kabutomon อันโด่งดัง(เฉพาะในหมู่คนชา)
บ้านของอิเอโมโต ของอุระเซ็นเกะ
(พูดง่ายๆคือคนที่ใหญ่ที่สุดในสายนี้นั่นแหละนะ. .
พูดแบบนี้อาจจะผิดไปหน่อย แต่ประมาณนี้แหละ)
ทุกคนควักกล้องกันออกมาถ่ายกันเต็มที่
พี่ยามก็น่ารักดีตั้งอกตั้งใจถ่ายรูปรวมให้พวกเรามาก
.
แล้วก็เดินทางกลับไปสถานีเกียวโต
หาของฝาก ซื้อข้าวไว้ไปกินในเรือ แล้วก็ไปเอากระเป๋าอย่างรวดเร็ว

เกียวโตทาวเวอร์
มาถึงตอนนี้ก็ต้องแยกกับคนของชมรมทางนู้น
รู้สึกขอบคุณจริงๆค่ะ
.
จากนั้นพวกเราก็เดินทางไปขึ้นเรือที่โอซาก้าได้เร็วอย่างเหลือเชื่อ ชม.กว่าๆเอง
เปลี่ยนสายรถไฟหลายรอบ เรียกว่าพอลงเดินแต่ละทีก็แทบวิ่งกันเลย
แล้วสถานีรถไฟมันไม่ใช่แบบบีทีเอสบ้านเราที่มีไม่กี่สาย
สถานีแต่ละที่ก็ใหญ่ต้องเดินเยอะมาก ขึ้นๆลงๆบันได. . โอยยย
แต่ก็ประสบการณ์ดี ฮ่ะๆๆๆ
.
เรือออกตอน 3ทุ่ม แล้วพวกเราก็ออกมานั่งกินข้าวที่ดาดฟ้าเรือ(แอบหนาววววว)

เวลาผ่านไปเร็วมาก ทุกๆคนพูดว่าจากวันนี้ก็ต้องกลับสู่ความจริง
กลับไปเรียนหนังสือเหมือนเดิม
ไว้มีโอกาสก็อยากไปเกียวโตอีกนะเนี่ย มีหลายๆที่ที่น่าไปจริงๆ
.
การเดินทางคราวนี้ก็ทำให้สนิทกับคนในชมรมมากขึ้น
ได้เห็นว่าเพื่อนๆและพี่ๆหลายๆคนเป็นที่พึ่งพาได้จริงๆ
เป็นทริปที่เวลามีน้อย เหนื่อยหน่อย แต่สนุกจริงๆนะ
ปล.ขออนุญาต Add นะคะ
#1 By uregus on 2006-12-08 14:12