the Second day in Kyoto

posted on 04 Dec 2006 18:48 by tameaw

วันที่สอง

.

วันนี้เป็นฟรีไทม์ถึงบ่ายๆเย็นๆ

เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อไปกินพาเฟต์ชาเขียวร้านดังแถวสถานีเกียวโต

ข้างใน อาจจะดูไม่ออก. . ต้นคริสต์มาสนะคะ

ร้านรวงต่างๆที่ญี่ปุ่นประดับคริสมาสต์กันตั้งแต่กลางๆเดือน11ได้มั๊ง

เร็วจริงๆ

วันคริสมาสต์ในมุมมองของญี่ปุ่นจะต่างไปจากดั้งเดิมจริงๆ

คือมันจะกลายเป็นวันสำหรับคู่รัก ต้องอยู่กับแฟนไรแบบนี้

.

กลับมาประเด็นเดิม. . . ขนมในร้านจะเป็นแนวญี่ปุ่น

พาเฟต์ชาเขียว(หลากหลายชนิด) น้ำแข็งใส ฯลฯ เลือกไม่ถูก

อันนี้ที่เราสั่ง. . พาเฟต์ชาเขียวแบบใส่คัสเทล่าชาเขียว

อร่อยสุดยอดดดด ไอติมอร่อยแบบฮาเกนดาซเลย

คัซเทล่าก็อร่อยมาก ลอยยยยยยย

ลองทายดูว่าถ้วยนี้กี่เยน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

คำตอบ : 890เยน (280-300บาท)

.

ของดีก็ต้องแพง(แต่บ่อยๆไม่ได้ ไม่มีตังค์)

.

จริงๆที่มาด้วยกันมีอีกโต๊ะนึงนะ. . . ร้านสวยดี ดูดีมาก

.

แล้วเราก็แยกเป็นกลุ่มเล็ก 4 คนออกไปเที่ยวกัน

.

ตอนแรกก็ลงไปเดินเล่นที่ใต้สถานีเกียวโต ดูร้านรวงต่างๆ

แล้วเราก็ได้กิน Subway เป็นครั้งแรก. . เพิ่งเคยได้ยินชื่อนี่ล่ะ(เออ. . เราเชย)

อร่อยดีแฮะ ถึงว่าทำไมเพื่อนที่ไปด้วยกันบอกอยากกิน (ที่คิวชูไม่มีนะ)

.

อิ่มท้องแล้วก็ขึ้นรถเมล์ไป Kiyomizudera วัดดังสุดๆอีกแห่งของเกียวโต

วิวเมืองถ่ายจากที่วัด

.

เอนมุสุบิ. . พูดง่ายๆก็เรื่องความรัก

เครื่องราง เทพเจ้าด้านความรักเยอะแยะ

.

บุไต. . . ดังมากๆๆๆๆ คนเป็นล้าน(เวอร์ไปๆ)

แต่จากในรูปก็จะเห็นคนเต็มไปหมดอ่ะนะ

ที่ฐานเป็นไม้ สร้างสูงขึ้นมาจากพื้นสูงมาก

อันนี้บุไตถ่ายจากด้านล่าง

.

ออกมาก็มาเดินดูร้านตามข้างทางถนนที่ตรงไปคิโยมิสุเดระ

ร้านขายของน่าดูมากๆ ดูเพลินเลย

พวกถ้วยชา พัดอะไรพวกเนี้ยสวยมาก. . เราชอบดู

ถ้วยชาดีๆ 5-6หมื่นเยนนี่ธรรมดามาก

(แต่ที่ชมรมเราคงไม่ค่อยมีของแพงแบบนั้นหรอก)

พัดนี่ปกติอย่างต่ำก็ 1500เยนนะ

ไม่มีตังค์ขอแค่ดูก็ยังดี

สมเป็นเกียวโต ร้านพวกนี้เยอะมากๆ แบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

.

ตอนแรกตั้งใจจะไปหลายที่มาก แต่เอาจริงๆก็ไม่มีเวลา

แถมต้องทำตามเงื่อนไขที่ว่าจะไปพิพิท-ทะ-พัน

(อย่าโกรธนะ เราหาตัวอักษรไม่เจอ. . .คีย์บอร์ดเราไม่ได้เป็นภาษาไทย)

ที่เกี่ยวกับชาหนึ่งที่. . . พวกเราก็บึ่งไป เข้าไปดูอย่างรวดเร็วไม่เกิน 5นาที

แล้วก็แทกซี่กลับมาที่มหาลัย วิ่งไปเอากระเป๋าเดินทาง

ทั้งหมดนี่คือให้ทันชัทเทิลบัสรอบ 4.25 ที่จะไปริทซึเมย์คังอีกแคมปัสนึง

เพื่อไปซ้อมร่วมกับชมรมทางนู้น

นั่งจนก้นแข็งเกือบสองชม. กับรถติด. . . ในที่สุดก็ถึงRitsumeikanแคมปัสBKC

.

โอ้ว แม่เจ้า มันใหม่ สวยมาก และกว้างมาก (อย่าเอาไปเทียบกับเกษตร. . นี่ญี่ปุ่น)

บรรยากาศคล้ายๆที่เอพียู. . . แต่ใหญ่กว่ามากมาย

เอากระเป๋าเข้าไปเก็บ แล้วก็ตรงไปห้องชา

เนื่องด้วยคนมามากกว่าปกติ บวกคนทางฝั่งเราเข้าไป เลยเกิดปรากฎการณ์คนล้น

แต่ห้องชาสวยมากอ่ะ อิจฉา~สร้างมาเพื่อเป็นห้องชาโดยเฉพาะด้วย

(ของที่ม.เรา. . จริงๆแปลนมันผิด)

มิสุยะก็ใหญ่มาก มีสวนด้วยยยย ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่

.

ที่นี่ต่างจากชมรมเราตรงที่...หนึ่ง. . คนเยอะกว่า เพราะม.ใหญ่กว่า

สอง. . . จัดกิจกรรมกันเยอะดี ทางเราก็น่าจะดูไว้เป็นแบบอย่างมั่ง

สาม. . . ไม่ได้จำกัดสาย

ชมรมเราเพราะอาจารย์เป็นอุระเซนเกะ ทุกคนก็จะฝึกทางนี้

แต่ที่นู่น แล้วแต่คน ในพิธีที่ทางนู้นจัดให้เทนมาเอะ(คนชงหลักในพิธีชา)ก็เป็นโอโมเทะเซนเกะ

ส่วนโคเคน(คนอธิบาย คุยกับแขก+ผู้ช่วย)เป็นอุระเซนเกะ

แบบนี้ดีตรงที่ทุกคนจะได้เรียนรู้รูปแบบของสายอื่นด้วย

.

คืนนั้นพวกเราก็นอนค้างกันที่ BKC

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวานเราเพิ่งไปดูเดทโน๊ต the Last Name มา

ที่นี่จะออกโรงอยู่แล้ว คนดูน้อยนิด

สนุกดีอ่ะ. . ถึงอ่านการ์ตูนแล้วก็ยังลุ้นนะ

นักแสดงเล่นเก่งอ่ะ. . . +เราชอบฟุจิวาระ เท็ตสึยะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

แต่ไม่ชอบตรงพวกฉากประท้วง. . . ดูไม่สมจริงอย่างแรง

.

.

เพิ่งเจอการ์ตูนเก่านิดนึงอยู่เรื่องนึง (1995~2003)

ถึงจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะแอบยาก

แต่รู้สึกว่าเป็นการ์ตูนที่ดี ไม่รู้ว่าในไทยเคยพิมพ์มั๊ย

天上の愛・地上の恋

11เล่มจบ ของ Hana to Yume

แนว - ประวัติศาสตร์ ดรามา การ์ตูนผู้หญิง

เป็นเรื่องราวของมกุฎราชกุมารรุดรุฟและเด็กกำพร้า อัลเฟรด

ในช่วงปลายของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

ตัวละครมีความลึกดี ขอบข่ายของเรื่องก็กว้างและซับซ้อนกว่าการ์ตูนผู้หญิงทั่วไป

เพิ่งอ่านเล่มต้นๆไป. . .เด๋วไปตามต่อที่ร้านหนังสือมือสอง

.

.

เพิ่งอ่าน Loveless vol 7

โปรดระวัง จากตรงนี้ไปเป็นสปอยล์น่อ

รูปจาก www.amazon.co.jp

.

.

เรื่องมันก็คือ โซบิพาริทซึกะไปหานานะทสึกิ (แต่มีคิโอะติดมาด้วย)

เล่มนี้จะได้เห็นความ. . . จะว่าไงดีล่ะ. . . ความ. . ประสาทของเซย์เมย์

เซย์เมย์ที่คนอ่านเห็นมาตลอดคือเซย์เมย์ในสายตาริทสึกะ

หรืออย่างน้อยก็คือเซย์เมย์ที่ริทสึกะทำให้ตัวเองเห็น

.

รอยที่คอของโซบิ. . หนึ่งในสาเหตุที่คิโอะเกลียดเซย์เมย์

เพราะมองว่าเป็นการทำรุนแรงกับโซบิ

แต่สิ่งที่โซบิเห็นคือ. . . สายสัมพันธ์/絆 (ความคิดของคนนี้ก็ไม่ค่อยปกตินะ ^ ^ ; )

.

อ่านแล้วรู้สึกว่าความรักในมุมมองของเซย์เมย์ คือการให้อภัย

ดังนั้นการทำอะไรเลวร้ายไปเป็นการพิสูจน์ความรักของอีกฝ่ายของเซย์เมย์?

หรือว่าจริงๆแล้วก็แค่อยากลองทำลายทุกอย่างตรงตามที่นากิสะพูด

.

เล่มนี้อ่านแล้วเริ่มสะกิดใจว่า จริงๆแล้วเครื่องต่อสู้ของริทสึกะคือใคร?

แล้วทำไมเซย์เมย์มีเครื่องต่อสู้สองคน(นิเซย์กับโซบิ) ใครคือตัวจริง?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ากกกกกกกกก เล่ม7 ยังไม่ได้ซื้อ =[]=
พาเฟ่ต์น่ากินมากกกกกกกก โอ๊ยๆๆๆๆ น้ำย่อยกระจายออกมาแล้ว T[]T
*ซึมซับบรรยากาศ TwT ขอบคุณค่า*

#1 By Jin on 2006-12-04 18:57

ญี่ปุ่นสวยอย่างนี้นี่เองนะคะ
ดายังไม่เคยไปเลยอ่า
น่าไปจังค่ะ
ถ้ามีโอกาสก็จะไปนะ
แต่ว่า
ถ้าไปญี่ปุ่นเนี่ย
ของอะไรที่สมควรเป็นของฝากให้เพื่อนสาวคะ
คือเรามีเพื่อนที่เป็นชาวญี่ปุ่นกำลังจากลับญี่ปุ่น เค้าถามว่าเราอยากได้อะไรหรือเปล่า
ความจริงเราอยากได้เครื่องลางนะ
แต่เรียกไม่ถูกอ่า
เราอยากได้เครื่องลางด้านการเรียนกับความรักอ่าค่ะ
( มันเรียกว่าอะไรอ่าคะ )
ยังไงก็จาตามมาดูอีกนะคะ
เพราะญี่ปุ่นสวยดี

#2 By @-*- YaDa -*-@ on 2006-12-04 19:13

อ่านแล้วก็อยากไปด้วยย
อยากทานพาเฟ่ต์ด้วยจังเลยค่ะ
เล่าให้ฟังอีกนะคะ ชอบเลิฟเลสจัง เฮ้อ อยากอ่าน ที่ไทยจะได้อ่านอีกไหมนะ
เฮ้ออ....อ เป็นประเทศที่สวยจริงๆเลย

อยากให้้กรุงเทพอากาศหนาวจังเลยยยย!!!!
/me กลิ้งๆด้วยความอยากกินไอติม

จะว่าไปประเพณีหลายๆอย่างของญี่ปุ่นก็ถูกหยิบยืมมาเยอะ แต่ก็ออกมาในสไตล์ที่เป็นของตัวเองเยอะมากๆ ที่เห็นชัดสุดๆ คงจะเป็นเรื่องวาเลนไทน์เนี่ยล่ะครับ (ออกแนว รักนะ ต้องแสดงออก อิ อิ)

#5 By nora on 2006-12-05 02:07

ง่า สวยงามมั่กๆอีกแว้ววว

#6 By PoLy.. on 2006-12-05 16:36

อยากกิน อยากเที่ยว อยากสนุก อยากมีความสุขแบบนี้บ้างจางเลย

#7 By tootoo on 2006-12-05 20:44

ใช่มะ...นานาฮาระชูยะ เอ้ย ทัตสึยะน่ารักเนอะ....

กร๊าซซซ เหมือน เลิฟเลสที่นี่ มันจะเอวังแค่เล่ม 3 ง่ะ...ไม่มีต่อ แถมเขียนที่ปกไว้ว่าเป็นเล่มจบอีกตะหาก เคืองงงง โมโหวววววว -*-

#8 By J@an~♪♫ on 2006-12-06 10:04

ที่ญี่ปุ่นนี่เน้นเรื่องรักๆจิงๆเลย อะไรก็ขอให้โรแมนติก มากับแฟน ไปอยู่ที่โน่นคงอิจฉาตาร้อนแหงๆ วิ้วววว เทศกาลต้องอยู่กับบ้าน อะไรทำนองนี้
อ๊า พาเฟ่ต์น่ากินมากก แพงแบบนั้นก็ยอมนะ ส่วน Loveless
....เลื่อนข้าม ยังไม่อ่านสปอยละกัน ฮะๆ

#9 By ■ TamaRPG ■ on 2006-12-06 12:45