ต้องขอบอกก่อนว่าที่เราเจอไม่ได้สยองขวัญตื่นเต้นขนาดนั้น
 แต่อยากจะเล่าถึงเหตุการณ์ตามที่เราเจอ
ปีนี้เราอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นปีที่ 6 แล้วก็รู้สึกชินกับแผ่นดิน
อย่างแผ่นดินไหวเบาๆก็ไม่มีใครเค้าทำอะไรเท่าไหร่ ปกติแล้ว
ตอนแรกก็ไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย
เมื่อวันศุกร์ เราก็ทำงานตามปกติ
ที่ทำงานเราอยู่แถวทาคาดะโนะบาบะ
อยู่ทางตะวันตกของใจกลางโตเกียว(ใกล้ชินจูกุ)
ชั้นที่เราทำงาน อยุ่ใต้ดิน B2
ตอนที่แผ่นดินไหว ตอนแรกสุด ไม่นานเท่าไหร่
 แต่ก็แรงกว่าปกติ แต่คนรอบๆตัวเราก็เยือกเย็นปกติ
ไม่ได้มีใครวิ่งออกไป แค่วิ่งไปเปิดประตู แล้วก็ทางหนีไฟไว้
ผ่านไป2-3นาที ทุกคนก็กลับไปทำงานตามปกติ
ผ่านไปอีกซักพักก็ไหวมาอีกรอบแต่ก็ยังไม่แรงขนาดนั้น
แต่คนก็เริ่มมาออกกันที่ประตูทางออกดูท่าที แล้วของจริงก็มาหลังผ่านไปซักพัก
จำได้ว่าตอนนั้นเรากำลังจะไปเช็คห้องน้ำหญิงว่ามีปัญหาเรื่องน้ำมั้ย
เมเนเจอร์ที่เดินอยู่กับเราก็ดึงแขนเรากลับเข้ามาเลย
ยังดีที่บริษัทเราไม่ได้มีชั้นที่เป็นแบบเปิด
เลยไม่มีปัญหาเรื่องของตก แต่แผ่นดินไหวแรงมากขนาดที่ยืนไม่อยู่
ต้องลงไปนั่งที่พื้น แล้วก้กะดิ้บๆมาให้ใกล้ประตู
แผ่นดินไหวต่อเนื่องนานกว่าที่ปกติเป็นมาก
ตอนนั้นก็ยังไม่นึกว่าจะเป็นอะไรร้ายแรง นึกว่าแค่แรงกว่าปกติ
ผ่านไปซักพักไม่มีอะไรต่อ ทุกคนก็กลับไปทำงานด้วยท่าทีหวั่นๆ (สุดยอดเนอะ)
หลังจากนั้นก็มีอาฟเตอร์ช็อคเบาๆเป็นช่วงๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไร
จากนั้นข่าวว่ารถไฟหยุดหมดก็มา. . เอาแล้วไง ทำไงดีละเนี่ย
เราก็ได้แต่คิดแบบนั้น แต่ก้ยังนึกว่า นั่งบัสพอได้มั้ง
แต่พอขึ้นไปบนดิน คนเดินอยู่บนทางเท้าเยอะมาก
แบบเหมือนมีงานอะไรอย่างนั้นเลย แล้วรถก็ดูติดมาก
ตอนค่ำไปซื้อของกินมาตุนจากซุปเปอร์ พวกของสดที่ทำสำเร็จก็ขายหมดเกลี้ยง
น้ำเปล่าก็แทบไม่เหลือ แต่คนก็ดุไม่ได้แตกตืนอะไรเท่าไหร่
ที่แย่คือโทรศัพท์ไม่ติดเลย โดนตัดตั้งแต่กดโทรออก
คนเลยต่อแถวโทรสาธารณเยอะมาก
เราก็พยายามโทรกลับบ้านเพราะกลัวเค้าเป็นห่วง
โทรไปเป็นสิบรอบจากโทรของบริษัทกว่าจะติดได้
คนที่บ้านใกล้ก็เดินกลับบ้านกัน คนที่บริษัทเราส่วนหนึ่งก็ยังทำงานกันต่อ
เราก็อยู่ที่บริษัทจนประมาณสี่ทุ่ม
พอออกไปที่ถนน ก็ยังเห็นคนเยอะมากเดินกลับบ้านกัน และรถก็ยังติดมาก
ยังดีที่แถวนั้นไฟไม่ได้ดับ
คืนนั้นรุ่นน้องที่ทำงานที่บ้านอยู่ใกล้เค้าก็ให้เราไปพักด้วย
ขนาดโตเกียวอากาศยังค่อนข้างหนาวเลย ถ้าเป็นแถวทางเหนือนี่น่าจะแย่ได้เลย
ข้างนอกตอนดึกๆอาจจะเกือบลบด้วยมั้ง(ไม่ได้เช็คเลยไม่รู้)
คืนนั้นเราก็นั่งดูทีวี ก็มีแต่รายการพิเศษ (ตอนนั่งดูอยู่นี่ยังไม่เห็นรายการอื่นเลย)
อาฟเตอร์ช็อคก็มาเป็นพักๆ แต่ก็ไม่ได้แรงอะไร จบบางทีคิดว่ากลัวไปเองรึเปล่า
วันนี้ตอนเช้า รถไฟที่กลับบ้านเราก็เดินตั้งแต่เมือคืนแล้ว
แต่วันนี้เรามีงานเลยไปทำงานทั้งอย่างนั้น ข้างนอกคนดูน้อย
แต่ก็ดูใช้ชีวิตปกติ มีคนวิ่งออกกำลังกาย มีคนพาหมาเดินเล่น
โทรศัพท์ก็ยังโทรไม่ค่อยติด หลายๆที่แกสก็โดนตัด
คนที่ทำงานเราก็บ่นว่าน้ำร้อนไม่ออก (อาบน้ำเย็นฤดูนี้นี่ทารุณกรรมมาก)
ร้านและห้างก็ปิดกันซะเยอะ ตอนเรากลับบ้านเมื่อตอนบ่ายก็ดูคนน้อยมาก
รถไฟก็วิ่งเที่ยวน้อยและวิ่งช้ากว่าปกติ
กลับมาถึงบ้านก็ทำใจเล็กน้อยก่อนเปิดประตูบ้าน แต่ก็ไม่ได้เสียหายอย่างที่คิด
คงเพราะห้องเรามันออกมาทางตะวันตกอีก(ประมาณสิบห้าโลจากชินจูกุ)
เลยไม่ค่อยเป็นไร ของที่หล่นลงมาก็พอสมควร
แต่ไม่ได้มีของใหญ่เช่นพวกทีวี หล่นลงมา
ของในตู้ก็ไม่ได้เป็นอะไร ก็อุ่นใจไปหน่อย ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์เก็บเลย
ได้แต่นั่งโพสต์แล้วก็ดูข่าวในทีวี
ได้แต่เป็นห่วงคนรู้จักที่อยู่แถวทางเหนือ คนรู้จักที่เซ็นไดก็มี
ไม่รู้เป็นอะไรรึเปล่า

[Novel]DRRR!! #5 & 6

posted on 31 Jul 2010 00:08 by tameaw in REVIEW directory Fiction, Entertainment

(จริงๆเริ่มเขียนเอนทรี่นี้แต่เป็นเดือนแล้วเลยไม่ค่อยทันเหตุการณ์

ตอนนี้อ่านเล่มแปดแล้ว)

.

ด้วยความค้างคาจากเล่มที่แล้ว อ่านเล่มนี้จบเร็วมาก

 

.

 

อย่างที่เขียนไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว

ชอบช่วงนี้มากเพราะได้เห็นความคิด ได้รู้จักอุซายะคุงมากขึ้น ฟุๆๆๆๆ

 

 

.

 

((ไม่เกี่ยวกัน. . .แต่ตอนนี้นั่งดูพ่อบ้านอยู่

ดันนะซามะแรดมากกกกกกกกกกกกกกกก อยากตบจริงๆ)

.

ข้างล่างเป็นสรุปเรื่องและความเห็นค่ะ

ระวังสปอยล์

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

================================

เล่มห้าเล่มหกเป็นเรื่องต่อกัน 

ความรู้สึกคือหลายๆด้านออกมาเคลื่อนไหวแล้ว

(แอบเขียนยากแฮะ สับสน. . . บอกก่อนว่าเขียนเรื่องย่อได้ยาวมาก)

 

เล่มห้าเริ่มเรื่องคือ โรจจิ เดทที่อิเคะกับสาวๆเป็นขโยง
ที่หน้ามีพันแผลเต็มไปหมด แต่ก็ยังซัดโจรวิ่งราวซะแย่
เท่แต่เรื่องผู้หญิงนี่ไม่ไหว ขำมาก
ที่มาของแผลของโรจจิคือ เมื่อวันก่อนเพิ่งไปชกกับชิสึจังมา
เพราะเมื่อเล่มก่อนๆมีตอนนึงที่ลูกทีมของรจจิมาอาละวาดในโตเกียว
แล้วโดนชิสึจังอัดเจ็บหนักเข้าโรงบาล  ก็เลยมาหา
รู้ว่าลูกทีมเข้ามาอาละวาดตามใจ แต่ตัวเองก็อยู่ในสถานะแบบนี้

แล้วก็รู้สึกว่าชิสึจังเล่นแรงไป(เข้าโรงบาลกันหมด)
แล้วก็สนใจเพราะทุกคนบอกว่าชิสึจังเก่งมาก
ชิสึจังก็ชกไปสี่หมัด จนหมัดที่ห้าถึงสลบ
(เหวออมากอ่ะ อ่านตอนนี้ โรจจิเข้าข่ายเหนือคนได้)

 

อันนี้คือชิสึจังเล่าให้ทอมซังฟังตอนกินข้่าวด้วยกัน
แล้วระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่นั้นก็มีเด็กผู้หญิงคนนึงมาเกาะกระจก
พอออกไปเจอ เด็กคนนั้นก็พูดว่า ตายซะ แล้วก็เอาที่ช็อตไฟฟ้ามาช็อตชิสึจัง
ชิสึจังก็หิ้วเด็กผู้หญิงคนนั้นไปหาชินระ
แต่ยังไม่ทันไดุ้คุยไร เด็กคนนั้นก็เป็นไข้สูงเลยปฐมพยาบาลกัน

ในแช็ตบาคิวร่า ก็เตือนมิคาโดะว่าช่วงนี้ดาลาสจะอันตราย ให้ระวังตัว

ทางพวกแก๊งของรจจิ ก็โดนลอบทำร้าย มีทั้งพวกคนที่ไม่เกี่ยวด้วยโดยตรงด้วย
คนที่ทำร้ายอ้างตัวว่าเป็นดาลาส  รจจิก็เลยประกาศว่าจะไม่ให้อภัย

ทางฝั่งเซลตี้ก็ไปคุยงานกับคุณชิกิ
ทางชิกิขอว่า ถ้ารู้ข่าวเกี่ยวกับ โยโดกิริ จินไน ให้บอกด้วย
(จินไนเป็นประธานบริษัทดาราที่รุริเคยอยู่ด้วยก่อนย้ายไปอยู่สังกัดเดียวกับคาสุกะ
ตอนนี้หายตัวไปอยู่)
งานอีกอย่างคือให้คุ้มกันเด็กผู้หญิง ชื่อ อาวาคุสุ อากาเนะ
เป็นหลานของหัวหน้าอาวาคุสุไค  ตอนนี้กำลังหนีออกจากบ้านอยู่
แล้วระหว่างทางที่เซลตี้กลับบ้านก็โดนโจมตีจนล้มลงไปกับพื้นถนน

ทางด้านมิคาโดะ ก็ไปโรงเรียนตอนวันหยุดเพื่อคุยเรื่องทัศนศึกษา
อันริก็ไปด้วย  แล้วอาโอบะก็โผล่มา ชวนให้ไปเที่ยวกันพรุ่งนี้
เพราะคราวก่อนที่ขอให้พาแนะนำอิเคะต้องล้มไปกลางทาง
มิคาโดะปฎิเสธไปตอนแรกเพราะนึกถึงคำเตือนของบาคิวร่าในแช็ต
แต่อาโอบะมันฉลาด บอกไปว่า งั้นไปกับรุ่นพี่อันริสองคนก็ได้
มีหรือมิคาโดะจะยอม (แต่อันริไม่รู้ตัวเลยว่าโดนจีบอยู่)

หลังจากนั้่นมิคาโดะก็รู้ข่าวจากในแช็ตว่าดัลลาสไปอาละวาดไว้
ทีมโทรามารุเลยจะมาหาเรื่อง

 

ทางด้านรัสเซีย ที่ทำงานเก่าของพวกไซมอน
ก็มีเรื่องว่ามีคนในสังกัดสองคนหนี  โดยเอาของของบริษัทไปด้วย
สองคนนั้นคือ เวโรน่ากับ สโรน
ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่นก็มีคนมาจ้าง ให้ัลักพาตัวอาคาเนะ
ก็เลยไปจัดการเซลตี้ก่อนเพราะฟังมาว่าถูกจ้่างให้เป็นบอดี้การ์ด
(นึกว่าเซลตี้เสร็จไปแล้วเพราะหัวหลุด)
แล้วก็มีอีกงานคือให้ทำร้่ายอันริ
ตอนกลางคืนเวโรน่าก็บุกไปแทงอันริ
หลังจากที่สู้กันไปได้ซักพักเวลโรน่าก็ล่าถอยไป
เซลตี้ก็มาหาอันริแล้วก็พาไปที่อพาร์ตเมนต์ตัวเอง
แต่ตัวเซลตี้เองออกไปอีกรอบเลยคลาดกับอาคาเนะอย่างน่าเสียดาย

 

ทางด้านอุซายะก็ไปเช่าห้องในเน็ตคาเฟ่อยู่
แล้วก็โทรไปหามิคาโดะคุยเรื่องดัลลาสกัน
อิซายะแสดงความเห็นว่าดัลลาสไม่มีกฎของมัน เป็นเรื่องปกติที่มีทั้งคนดีและไม่ดี
แต่ตัวมิคาโดะก็บอกว่าอยากจะหยุดเหตุการณ์ให้ได้
แล้วอิซายะก็ทักว่าจริงๆตอนนี้กำลังตื่นเต้นอยู่ใช่มั๊ย
ถึงมิคาโดะจะบอกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ก่อตั้ง
แต่ที่กลัวจริงๆแล้วคือกลัวโดนดัลลาสที่กำลังเปลี่ยนน่ะทิ้งใช่มั๊ย
แล้วก็บอกว่าเธอเป็นคนดี เรื่องร้ายๆก็ไม่เคยทำเหล้าุบุหรี่ก็ไม่เคยแตะใช่มั๊ย
แค่หลงไหลในเรืองที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน
เลยรู้สึกเป็นห่วงมิคาโดะ ถ้ามีอะไรก็ปรึกษาได้
มิคาโดะเลยรู้สึกว่าอิซายะซังเป็นคนดีไปแล้ว

. . .หมดไฟกลางคัน ขอไว้แค่นี้

(เลวจริง)

============================= 

ฮ่ะๆๆๆ รจจิโผล่มาแล้วววววววว เห็นในพิกซีฟมานานและ

ชอบๆ เฟมินิสต์มาก เหมือนจะบ้าๆ แต่เท่แฮะ

เป็นพวกคุยรู้เรื่อง (ยกเว้นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง)

ที่สุดๆคือคนอะไรอึดได้อึดดี โดนชิสึจังอัดไป5หมัดถึงเพิ่งจะสลบ

วันต่อมาก็ยังออกมาวิ่งเล่นกับสาวๆได้อีก

 .

อาคาเนะจังก็โผล่มาแล้ว

มาคิดดูแล้วก็สุดยอดนะ จะมีใครมาพูด"ตายซะ"กับชิสึจังได้อีก

ชิสึจังนี่ต้นตามคำพูดของชินระ

โดนที่ช็อตไฟฟ้าที่ดัดแปลงให้แรงแล้วยังแค่ "อ๊ะ เจ็บ"นี่ก็นะ ยิ่งไม่ใช่คนไปทุกทีละ

พออยู่ด้วยกันแล้ว. . . อยากจะบอกว่าชิสึจังดูใจดีมากๆ(บวกกับดูโลลิ)

ช็อคกับภาพประกอบรอยยิ้มพิมใจของชิสึจัง. . . แบบว่า นีมันครายยยยยยย

แต่จะว่าไปชิสึจังอดทนได้มากขึ้นจริงๆ ตอนหนีการไล่ตามก็ไม่ได้สู้กลับซักนิด

(ถึงอุซายะจะว่าว่าเป็นการพัฒนาถอยหลังในฐานะสัตว์ประหลาดก็เหอะ)

.

อ้าวๆ อาโอบะคุงก็จะจีบอันริเรอะ แถมพูดอะไรออกมาได้ง่ายๆ(ทำให้นึกถึงใครบางคน)

 .

ทางกลุ่มรัสเซียก็มีความเคลี่ยนไหวละ

ตอนอ่านเล่มสี่ตอนแรกพูดเหมือนสองคนที่เอกอร์มาตามคือสองคนที่รัสเซียซูชิ

อืมมม เวโรน่ากับสคอร์น จริงๆก็เป็นคอมบิที่ดีนะ

สคอร์น ไม่ไหวละ โง่ แต่อ่านแล้วขำให้อภัย

เวโรน่าก็รู้ไปหมดทุกอย่าง แต่ทำไมพูดญี่ปุ่นไม่เก่ง(จริงๆเก่งแต่ใช้คำประหลาด)

บอกว่าการพูดภาษาท้องถิ่นนั้นทำให้กลมกลืนไปได้ เป็นพื้นฐานการทำงาน

แต่ว่าหน้าตาฝรั่งแบบนั้น ถึงบอกว่าเป็นคนญี่ปุ่นก็ไม่เชื่อหรอกค่ะ

.

ความรู้สึกของเวโรน่าต่ออันริและเซลตี้คือความตื่นเต่นที่ได้สู้เต็มที่กับอะไรที่เก่งๆ

แต่ความรู้สึกต่อชิสึจังคงพิเศษออกไป เพราะชิสึจังยังเป็นมนุษย์อยู่

มนุษย์ที่เวโรน่าเห็นว่าเปราะบางมาตั้งแต่ฆ่าคนครั้งแรก

. . . ถึงจะเป็นแนวศัตรูกัน แต่คู่ธรรมดาแล้วก็แอบชอบคู่นี้ไปแล้ว

ซีนที่สู้กันก็ จากคำพูดของชิสึจังทำให้รู้ด้วยว่าต่อให้โกรธยังไงก็ไม่ชกผู้หญิง

(แต่ได้ข่าวว่าเตะรถใส่เค้าเอย ขวางมอไซค์ใส่เอย)

.

อุซายะดูจะหงอยๆ เพราะตามเรื่องราวไม่ทันตอนช่วงเรื่องของเซลตี้

แถมตอนที่เค้าจัดปาร์ตี้หม้อไฟก็ไม่มีใครชวน (ก็น่าอยู่หรอกนะ)

เหมือนงอนๆ ฮ่ะๆๆ อารมณ์แบบฉันเป็นคนนอกวงก็ได้

แต่เจ้าตัวก็รู้ตัวถึงความรู้สึกของตัวเองดี

.

แล้วก็มีพูดถึงปาลคูลแล้ว(ไม่รู้ว่าเขียนภาษาไทยว่าไง)

ว่าเป็นศาสตร์ที่อุซายะใช้ ถ้าสนใจลองปรึกษาอาจารย์วิกินะ

.

แต่ว่านะ. . .เริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้ววววววววววว

ดึงอาคาเนะจังเข้ามา เดี๋ยวก็โดนอาวาคุสึไคจัดการหรอกนี่

(แล้วเราก็แอบจิ้นคุณชิกิอุซายะไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่แอบจิ้นอ่ะ เตรียมเสพโดเต็มที่

เริ่มเบื่อชิสึอิซาละ. . . จริงๆเราแค่ชอบอิซาอยู่ทางขวา

จะมิคาโดะอิซา คาสึกะอิซาก็ยังได้ถ้าเรื่องโอเค

อาคาชิกิก็อร่อย. . . อ๊ะ วงเล็บยาวมาก)

แถมจะจับปลาหลายมือเอาทั้งเรื่องมิคาโดะ ทั้งเรื่องชิสึจัง

แล้วก็โดนเอาจนได้ท้ายเล่มหก แอบเหนือคาด. . .ทำไมเป็นจินไน  

ตอนเปิดเจอรูปนี่ช็อคไปหลายวิ

.

รูปท้ายเล่มเป็นนามิเอะหน้าตาหงุดหงิดพร้อมหม้อไฟรอุซายะคุง

ฮ่ะ คู่นี้ก็ชอบบบบแบบว่าเย็นใส่กัน

 

(จริงๆ อิซายะอารมณ์แบบเล่นด้วยหน่อยๆ)